ไปโรงเรียนไม่พกเงินสด เด็กซื้อของ ตัดเงินผู้ปกครองผ่านแอป

27459963 1158173254314236 3252380625883944794 n 500x322

 

     ต่อไปแม้เด็กจะไม่ได้พกเงินสดติดตัวไปโรงเรียน ก็สามารถซื้อของในร้านค้าได้สบายๆ อยากได้อะไรของอะไรสแกนใบหน้าคิดเงิน ค่าใช้จ่ายจะหักจากแอปกระเป๋าเงินของผู้ปกครองทันที

     จีนเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว ล่าสุดโรงเรียนประถมแห่งนึงในเมืองจี่หนาน มฑฑลซานตงของประเทศจีน ได้คิดวิธีช่วยแก้ปัญหาเด็กลืมเอาเงินมาโรงเรียนด้วยการสร้างร้านค้าไร้คนขายขึ้นมาในโรงเรียน ผู้ปกครองจะได้สบายใจว่าเด็กๆจะไม่เดือนร้อน โดยร้านค้าแห่งนี้จะเชื่อมโยงกับระบบจ่ายเงินบนสมาร์ทโฟนของผู้ปกครอง เด็กซื้อของเมื่อไหร่ก็จะหักเงินให้ทันที แถมยังรู้ด้วยว่าใช้เงินไปกับอะไรบ้าง


27066963 1158173214314240 1904564211345744433 n 500x308

 

     ร้านนี้ก็จะเป็นเหมือนสหกรณ์ของโรงเรียน ขายอุปกรณ์การเรียนอย่างเครื่องเขียนและหนังสือ การใช้งานนั้นไม่ยากเลย ด้านหน้าร้านนั้นจะติดตั้งเครื่องสแกนใบหน้าเอาไว้ซึ่งทั้งเด็กและผู้ปกครองต้องมาลงทะเบียนไว้ก่อนถึงจะใช้งานได้


27332264 1158173194314242 2911952994711859740 n 500x319

 

     เวลาอยากซื้อของก็ให้เด็กสแกนหน้าเพื่อเข้าร้าน จากนั้นก็เดินเข้าไปหยิบของที่ต้องการ จากนั้นนำมาวางที่แคชเชียร์เพื่อจ่ายเงิน ซึ่งจุดนี้จะมีระบบตรวจจับใบหน้าเพื่อเช็คว่าเด็กคนไหนเป็นคนซื้อของ เสร็จแล้วระบบก็จะคิดค่าใช้จ่ายให้เสร็จสรรพ ส่งไปหักเงินโดยตรงกับผู้ปกครอง ส่วนภายในร้านก็จะมีกล้องวงจรปิดคอยรักษาความปลอดภัย

ดีนะที่ร้านนี้มีแค่อุปกรณ์การเรียนเท่านั้น ถ้ามีขนมหรือของฟุ่มเฟือยอื่นๆผู้ปกครองคงคิดหนักเพราะเด็กอาจช็อปเพลินได้ เห็นแล้วก็อยากให้ไทยมีระบบนี้ใช้บ้างเหมือนกันนะ


2bf5432e ebf1 41af bba5 a5b1ec168291

 

 

 

 

 

 

 

อ้างอิง  :  chinaplus
ที่มา  :  https://www.dailygizmo.tv/2018/01/31/china-unmanned-school-store/

 

10 เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจในปี 2018

10 เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจในปี 2018 

 

     เพิ่งผ่านปีใหม่ไปไม่นานตอนนี้เข้าสู่ปี 2018 การอัปเดท เทรนด์เทคโนโลยีก็ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้ามองถึงในปีนี้จะมีเทคโนโลยีอะไรที่ตื่นตาตื่นใจให้คุณได้ลองสัมผัสกันนั้น วันนี้ Sanook! Hitech จะนำ 10 เทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นในปี 2018 มาฝากกัน

 

b1

ระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอ

          หลังจากที่มีเรื่องราวของการนำระบบสแกนลายนิ้วมือไปใส่ในหน้าจอต้อนรับกระแสมือถือจอไร้กรอบ คาดว่าในไตรมาสแรกคงได้เห็นเทคโนโลยีนี้ออกมา ซึ่งผู้ที่ใช้เทคโนโลยีนี้รายแรกคือ Vivo นั่นเอง
โดยใช้เทคโนโลยี
Clear ID FS9500 chipฝั่งเข้าไปในหน้าจอ AMOLED ช่วยให้อ่านลายนิ้วมือได้อย่างแม่นยำ แต่ใครจะเป็นรายที่ 2 ที่ใส่เทคโนโลยีนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไป

 

มือถือที่สามารถพับหน้าจอได้ (Foldable Phone) 

 

b2

 

     หลังจากมือถือรุ่นแรกที่พับหน้าจอและขายจริงออกมาอย่าง ZTE AXON M ซึ่งทำให้คนชอบเทคโนโลยีหน้าจอใหญ่ตื่นตัวกับมือถือแบบนี้ แต่ข่าวหลุดภายในบอกว่า Samsung อาจจะพัฒนามือถือจอพับได้ออกมา ช่วงปลายปี 2018 มีชื่อว่า Galaxy W เพราะคงรอเทคโนโลยีจอ Super AMOLED แบบพับได้อย่างสมบูรณ์ก่อน แต่หน้าตาออกมาจะเป็นอย่างไรคงต้อรอดูในช่วงปลายเดือนนี้ 

 

Apple กับการพัฒนาอุปกรณ์ AR ครั้งแรก

 

b3

 

     ที่ผ่านมา Apple เริ่มให้ความสนใจเทคโนโลยี AR หรือ augmented reality โดยเน้นการแสดงผลภาพร่วมกับโลกข้อความเป็นจริง ที่แตกต่างจากเทคโนโลยี VR (Visual Reality) พอสมควรแม้ว่าเรื่องนี้ยังไม่แน่ชัด แต่ก็มีกระแสข่าวออกมาว่า Apple กำลังพัฒนาและคาดว่าจะมีอุปกรณ์ออกมาในช่วงปี 2019 แต่ทั้งหมดคงต้องจับตาดูกันต่อไป 

 

ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่แนบเนียนกับคน จนแยกไม่ออก 

 

b4

 

     ความน่าตื่นเต้นในปีก่อนคือ ระบบคำสั่งงานด้วยเสียงเริ่มรับคำสั่งคนได้หลากหลายและทำให้ชีวิตหลายคนสะดวกขึ้น แต่ถ้าในปีนี้ระบบคำสั่งเหล่านี้เริ่มมีเสียงคล้ายกับคนมากขึ้นโดยเฉพาะ สำเนียง และการอ่านข้อความผ่านกระดาษได้ จะเป็นอย่างไร คงต้องรอดูและจับตาดูกันต่อไป 

 

ลำโพงฉลาดที่เน้นคุณภาพเสียง

 

b5

 

     Amazon ถือว่าเป็นผู้นำทางด้านการพัฒนา Smart Speaker หรือ ลำโพงอัจฉริยะที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบรับคำสั่งอย่าง Amazon Alexa แต่ดูเหมือนกับลำโพงเหล่านี้จะไม่เข้าตานักฟังเพลงเพราะคุณภาพนั้นยังไม่เข้าขั้น แต่ปีนี้น่าจับตาดูลำโพง Home Pods ของ Apple ที่คาดว่าจะทำคุณภาพออกมา
ได้โดดเด่นและน่าฟังไม่น้อยแต่ราคาอาจจะต้องคิดหนักกันนิดหน่อย 

 

Project Treble ออกมาเพื่อแก้ปัญหา Software ของ Android 

 

b6

 

     หากคุณใช้มือถือระบบปฏิบัติการ Android และพบปัญหาว่าเมื่ออัพเดทเครื่องแล้วมีปัญหาเกี่ยวกับ Software อย่างมาก ยกเว้น Pixel หรือ Nexus ที่ไม่ค่อยมีปัญหา Google กำลังทำอีก Project หนึ่ง
กับระบบปฏิบัติการ Android โดยมีชื่อว่า Project Treble โดยเป็นโปรเจ็คที่จะทำให้เครื่องสามารถอัพเกรดได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งระบบนี้ถูกติดตั้งใน Android 8.0 Oreo ใหม่ แต่อาจจะไม่ครบทุกเครื่อง แค่ว่าตอนนี้กำลังรอถึงเวลาเท่านั้น เพราะมือถือที่จะรองรับโปรเจคนี้ จะออกมาในปี 2018 นี้แล้วล่ะ

 

การกลับมาของมือถือจีน ที่ราคาไม่แพง 

 

b7

 

     อีกไม่นานคาดว่ามือถือที่มีชื่อเสียงในจีนอย่าง OPPO, Huawei, Xiaomi, และ Brand อื่นๆ 
จะบุกเข้าตลาดทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งความตื่นเต้นแรกคือ Huawei Mate 10 Pro ที่กำลังจะวางขายกับเครือข่ายมือถือ AT&T ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ เช่นเดียวกับ Xiaomi ที่กำลังจะรุกตลาดยุโรป ที่คนส่วนมากซื้อมือถือแบบเท่าที่มีและไม่ได้เน้นแพงมาก และคาดว่าจะบุกในสหรัฐฯ อีกไม่นาน แต่ต้องวางแผนให้รัดกุมทั้งราคา, กลุ่มเป้าหมาย และ คุณภาพของเครื่อง

 

Google กับการทำมือถือ AI ครั้งแรก

 

b8

 

     ในปีที่ผ่านมา Google ได้ส่ง Pixel 2 เข้าตลาดและได้รับความนิยมสูงเพราะคะแนนกล้องของรุ่นนี้ทำได้จนมือถือกล้องมากกว่า 1 ตัวต้องหันมองกันเลยทีเดียว แต่เบื้องหลังของ Google Pixel 2 นั้นมีการติดตั้งAI ในเรื่องของการถ่ายภาพเข้าไปจึงทำให้ความสามารถของเครื่องนั้นเก่งมากขึ้น และจัดสีและแสงได้กำลังดี และคาดว่าในปีนี้จะมี AI เกี่ยวกับเรื่องอื่นเช่นการค้นหา เข้าใส่ในมือถืออาจจะใช้ชื่อว่า Pixel 3 และ Pixel 3

 

XLiPad Pro ที่ไร้กรอบและใช้ Face ID

 

b9

 

ย้อนกลับไปในปี 2017 iPad Pro ถือว่าเป็นสินค้า Apple ที่มีการปรับปรุงรายละเอียดมากที่สุด
อีกชิ้นหนึ่งแม้ว่าจะมีบางสิ่งเช่น Touch ID ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์อยู่ก็ตาม แต่สำหรับปีนี้ก็อาจจะเป็นปีที่ iPad จะได้หน้าจอใหญ่อลังการไร้กรอบ เหมือนกับ iPhone X และคาดว่าจะใช้ระบบสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคหรือ Face ID เช่นเดียวกัน และคาดว่าจะทำอะไรได้มากขึ้น แต่จะใกล้กับคอมพิวเตอร์แค่ไหนคงต้องจับตาดูกันต่อไป

 

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่จะยืนยาวมากขึ้น

 

b10

 

 

     ย้อนกลับไปในปี 2017 พบว่าเทคโนโลยีของแบตเตอรี่มือถือนั้นดีขึ้นทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึง 25% ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเกิดจากการที่ CPU อย่าง Qualcomm Snapdragon 835 ที่มีขนาดเล็กลง และรุ่นใหม่อย่าง Qualcomm Snapdragon 845 ก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้น แต่ยังคงใช้ไฟลดลง และหลังจากเกิดความผลิตพลาดในเรื่องแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Note 7 และปัญหา Battery Gate ของ iPhone ในปี 2016 ก็ทำให้ผู้ผลิตเริ่มตื่นตัวในเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่ มากขึ้นอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูล : Phonearena 
ที่มา :  Sanook! Innovation Trends 2018 
ที่มา :  
https://hitech.sanook.com/1441805/

 


 

6 แนวโน้มของผู้ใช้งาน Instagram ในปี 2018

6 แนวโน้มของผู้ใช้งาน  Instagram ในปี 2018

1 1

   การคาดการณ์ในปี 2561 จากอินสตาแกรม โดย พอล เว็บสเตอร์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาและสร้างสรรค์แบรนด์ อินสตาแกรม ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก Facebook

 

   เมื่อปี 2560 ได้ผ่านไป เราจึงขอแบ่งปันข้อมูลจากอินสตาแกรมกับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2561 ซึ่งเป็นข้อมูลจากพฤติกรรมของผู้ใช้ อินสตาแกรม (Instagramที่เราสังเกตเห็นในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ด้วยสมาชิกมากถึง 800 ร้อยล้านคน

 

        1.  ร้านค้าโซเชียลมีเดีย : ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวล่าสุด ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หรือเทรนด์แฟชั่นใหม่ล่าสุด ผู้คนต่างต้องการที่จะติดต่อสื่อสารกับธุรกิจเหล่านี้ นอกจากนี้ ร้อยละ 62 ของกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียลยังบอกว่าหากแบรนด์ติดต่อกับพวกเขา ผ่านโซเชียลมีเดีย ก็จะเพิ่มโอกาสในการเป็นลูกค้าประจำที่จงรักภักดีต่อแบรนด์นั้น เนื่องจากโซเชียลแพลตฟอร์มกำลังได้โอกาสที่น่าตื่นเต้นในการทำลายกำแพงที่จะเชื่อมต่อไปสู่การขายสินค้า ในปี 2561
        จากการที่แบรนด์ต่างๆ เริ่มได้รับผลประโยชน์จากการเชื่อมต่อนี้ โซเชียลมีเดียจะกลายเป็นแหล่งซื้อขาย และจะช่วยกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางโซเชียลได้เป็นอย่างดี ตลอดปีที่ผ่านมาในสหรัฐฯ เราได้ทดลองฟีเจอร์ Shopping ในอินสตาแกรม ซึ่งช่วยให้การซื้อสินค้าภายในแอพพลิเคชั่นเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น และเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้แนะนำฟีเจอร์นี้ไปยังประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้นในปี 2561 นี้

 

         2.  วีดีโอจะมาแรงในปีหน้าแต่จะหายไปในวันพรุ่งนี้: คาดการณ์ ว่าในปี 2562 ร้อยละ 72 ของยอดการชมวีดีโอออนไลน์ทั้งหมด จะเกิดขึ้นบนโทรศัพท์มือถือ  ซึ่งช่วยสร้างโอกาสครั้งสำคัญให้กับแบรนด์ต่างๆ ในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างประสบการณ์วีดีโอที่น่าสนใจที่จะช่วยดึงดูดผู้บริโภคผ่านเนื้อหาที่อยู่ในมือของพวกเขา 
        ทั้งนี้ เราคาดหวังว่าข้อมูลแบบชั่วคราวอย่าง Stories จะได้รับความนิยมมากขึ้น ในขณะที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ปีต่อไป เราคาดหวังที่จะเห็นแบรนด์ต่างๆ กล้าที่จะลองเสี่ยงกับการใช้ข้อมูลแบบชั่วคราว โดยเชื่อมั่นว่าโพสต์ต่างๆ ที่จะหายไปหลังจากระยะเวลา 24 ชั่วโมงนั้น จะช่วยมอบอิสระในการคิดสร้างสรรค์เนื้อหามากยิ่งขึ้น

 

          3.  การส่งข้อความจะกลายเป็นพื้นที่สำหรับธุรกิจ : นอกเหนือจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้โทรศัพท์ มือถือแล้ว เรายังเห็นผู้คนเปลี่ยนวิธีการสื่อสารด้วยการส่งข้อความ ซึ่งเป็นรูปแบบการสื่อสารที่รวดเร็วตรงไปตรงมา และเป็นส่วนตัว ผู้คนต้องการที่จะสื่อสารกับธุรกิจต่างๆ ในวิธีการที่รวดเร็วและเป็นกันเองมากขึ้น
          เช่นเดียวกับวิธีสื่อสารกับเพื่อนฝูง ร้อยละ 64 ของผู้คนเลือกส่งข้อความเพื่อติดต่อสื่อสารกับธุรกิจ แทนการใช้โทรศัพท์หรือส่งอีเมล์ เราคาดการณ์ว่าจำนวนนี้จะเติบโตขึ้นในปี 2561 และจะเห็นการซื้อขายผ่านการส่งข้อความมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

         4.  ธุรกิจขนาดเล็กจะช่วยกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมด้านการตลาด: ในอดีตนั้น การสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดระดับโลกเคยเป็นสิ่งที่ถูกสงวนไว้สำหรับแบรนด์ขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณจำนวนมากเท่านั้น แต่ความง่ายดายในการจัดการและประสิทธิภาพของโซเชียลมีเดียนั้นได้ยกระดับความเท่าเทียมให้กับสนามแห่งการตลาด ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กได้เกิดและเติบโตในระดับโลก
        โดยในปี 2561 เราคาดว่าบริษัทขนาดเล็กจะยังคงผลักดันที่จะลดขีดจำกัดต่างๆ และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับทุกคนในอุตสาหกรรม

 

1 3

   

        5. การเติบโตของตลาดเฉพาะ: ในโลกของโซเชียลมีเดีย ผู้คนจากทั่วโลกได้เชื่อมต่อกันผ่านการแบ่งปัน ความสนใจและความชอบที่คล้ายกัน ในอินสตาแกรมประกอบด้วยคอมมูนิตี้ที่มีความสนใจเฉพาะอยู่จำนวนมาก ซึ่งแปลว่ามีกลุ่มผู้ชมที่มีส่วนร่วมสูง มีคุณค่า และสามารถเข้าถึงได้ง่าย สำหรับแบรนด์ใดก็ตาม

 

       6. การทบทวนประเมินคุณค่าของเนื้อหา: ในขณะที่เครื่องมือวัดผลอย่าง “ยอดไลค์” และการแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสำเร็จเชิงการตลาดในโลกโซเชียล การวัดผลที่มีความหมายอย่างแท้จริงคือยอดขายหรือการกระทำเชิงธุรกิจอื่นๆ จากการที่แบรนด์ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ลึกยิ่งขึ้นในปัจจุบัน ทำให้พวกเขาสามารถเลือกใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่ช่วยให้เขาเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและพัฒนาเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น        ในขณะที่แบรนด์ได้เรียนรู้พฤติกรรมและความเป็นมาของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น พวกเขาก็สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจในเวลาที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายในที่สุด

 

 

 

 

 

 

เขียนโดย  Korn-Kung
ที่มา : ภาพประกอบข่าวเพิ่มเติมจาก internet
ที่่มา :  https://news.thaiware.com/12282.html

 

 

3 Application ที่จะช่วยคุณเสียภาษีอย่างฉลาด!

3 Application ที่จะช่วยคุณเสียภาษีอย่างฉลาด!

 

a1   

     ช่วงต้นปีแบบนี้ หนุ่ม-สาวออฟฟิศหลายคนคงกำลังยิ้มร่าเริงอยู่กับโบนัสที่เพิ่งได้รับมาหรืออาจจะกำลังวางแผนเที่ยวต่างจังหวัด ไม่ก็ไปสัมผัสอากาศเย็นในต่างประเทศ แต่อย่าลืมว่าช่วงต้นปีแบบนี้เราต้องเริ่มวางแผนภาษีกันแล้วจ้า

 

     การเสียภาษี ถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้ที่มีรายรับ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย มีงานประจำหรือเป็นฟรีแลนซ์ก็ต้องจ่ายภาษีกันทั้งนั้น สำหรับบางคนอาจมองว่าการคำนวณเงินภาษีเพื่อเสียภาษี ภ.ง.ด.91 เป็นเรื่องเข้าใจยาก แต่อันที่จริงแล้วการคำนวณภาษีไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะปัจจุบันมีเครื่องมือมากมายที่เข้ามาเป็นตัวช่วยให้เรา แถมยังไม่ต้องนั่งกรอกข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ยุ่งยาก เพียงมีแอปพลิเคชันพวกนี้ การยื่นภาษีก็กลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

     เกริ่นมาขนาดนี้ ไปทำความรู้จักกับตัวช่วยด้านภาษีฯ ของเรากัน

 

  1. RD Smart Tax

 

a2

 

     แอปฯ สายตรงจากกรมสรรพากร เรียกได้ว่าเป็น Official Application ที่ข้างในจะมีข้อมูลข่าวสารจากกรมสรรพากร อาทิ วิธีคำนวณภาษี เรื่องที่ผู้เสียภาษีควรรู้ รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับภาษี เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีตัวช่วยในการคำนวณภาษี เพียงกรอกตัวเลขให้ครบ แอปฯ ก็จะช่วยคำนวณให้ทันที 
อีกทั้งยังยื่นแบบฯ ผ่านแอป และตรวจสอบสถานะการคืนภาษีได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นเพราะหากใครมีปัญหา แอปฯ ยังโชว์แผนที่สรรพากรที่ใกล้เราที่สุดได้อีกด้วย จะได้สะดวกในกรณีที่ต้องเดินทางไปติดต่อเพิ่มเติม

     ข้อดีของแอปฯ นี้คือสามารถเก็บข้อมูลการลดหย่อนภาษีของปีก่อนหน้าไว้ใช้คำนวณในปีถัดไปได้ด้วย
ไม่ต้องกรอกใหม่ให้เสียเวลา

 

2. iTax

a3

 

     แอปพลิเคชันสำหรับมือใหม่หัดจ่ายภาษี เพราะแอปฯ นี้จะมาช่วยจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการภาษีได้อย่างถูกต้อง และได้เงินคืนภาษีสูงสุด โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านภาษีเป็นพิเศษ โดยเน้นใช้งานที่เรียบง่ายเข้าใจได้ทันที พร้อมเตรียมทุกแบบฟอร์มและทุกรายการลดหย่อน รองรับการเตรียม ภ.ง.ด. 90, 91, 94 และแบบฟอร์มเสริมที่จำเป็นอื่นๆ โดยรวบรวมข้อกฎหมายและกฎเกณฑ์การลดหย่อนภาษีทั้งหมด แล้วแปลเป็นคำถาม-ตอบด้วยภาษาพูดง่ายๆ ลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อนและขั้นตอนคำนวณที่ยุ่งยากเพื่อเตรียมแบบฟอร์มภาษีที่จำเป็นได้ถูกต้อง รวดเร็ว และประหยัดภาษีสูงสุด นอกจากนั้นยังมีอีก 3 ฟังก์ชันเก๋ๆ ช่วยวางแผนภาษีให้อัตโนมัติใน 3 รูปแบบคือ
          1. วางแผนลดภาษีเต็มจำนวนใช้สิทธิค่าลดหย่อนเต็มตามกฎหมายกำหนดหรือจนภาษีที่ต้องจ่ายเหลือศูนย์
          2. วางแผนลดหย่อนภาษีตามความคุ้มค่า: ใช้สิทธิ์ค่าลดหย่อนตามคะแนนความคุ้มค่า (iTAX Index)
ซึ่งจะคำนวณสัดส่วนที่เหมาะสมจากฐานรายได้ และ Profile ของคุณกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน
          3. วางแผนลดภาษีตามงบประมาณ: ใช้สิทธิค่าลดหย่อนเต็มที่ตามงบประมาณที่กำหนดเอง

 

3. iTax Check Check

 

a4

 

     ไม่ต้องแปลกใจที่ชื่อและหน้าตาของแอปฯ จะคล้ายกับแอปฯ ข้างบน นั้นเพราะ 2 แอปฯ นี้มีผู้ผลิตเจ้าเดียวกัน เมื่อเราคำนวณและยื่นภาษีอะไรหมดทุกอย่างแล้ว ก็ต้องปิดท้ายด้วยการเช็คสถานะการคืนภาษี แอปฯ นี้ใช้ง่ายมาก เพียงแค่กรอกชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชนเข้าไปก็จะสามารถเช็คสถานะการยื่นภาษีของเราได้โดยไม่ต้องผ่านเว็บฯ ของกรมสรรพากรให้วุ่นวาย

     ที่สำคัญคือ ทั้ง 4 แอปพลิเคชันที่กล่าวมาข้างต้นนี้ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี!  ผ่านทั้ง Google Play Store สำหรับ Android และ App Store สำหรับระบบ iOS pt'>เกริ่นมาขนาดนี้ ไปทำความรู้จักกับตัวช่วยด้านภาษีฯ ของเรากัน

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา :  ไทยรัฐออนไลน์  
ที่มา ;  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                
                                        

Alibaba นำทีมโดย แจ็ค หม่า ลุยเซ็น MOU 4 ฉบับ ลงทุน ECC กับไทย

Alibaba jack ma thai government sign mou ecc digital hub p03 1024x576

 

Alibaba Group นำทีมโดย นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่ม Alibaba ร่วมด้วย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านลวี่ เจี้ยน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และรัฐมนตรีผ่านเศรษฐกิจของไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงบันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐต่างๆของไทย กับ Alibaba Group เพื่อส่งเสริมการลงทุนพื้นที่ ECC และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0

โดยมีการลงนาม MOU 4 ฉบับ ที่หน่วยงานภาครัฐของไทย ลงนามร่วมกับ บริษัทในเครือ Alibaba Group ได้แก่

  1. ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ระหว่าง สำนักงาน อีอีซี และ Alibaba.com Singapore E-Commerce Private Limited
  2. ความร่วมมือด้านการลงทุนในศูนย์สมาร์ท ดิจิทัล ฮับ ในพื้นที่ อีอีซี ระหว่างสำนักงาน อีอีซี กรมศุลกากร และบริษัท Cainao Smart Logistics Network Hong Kong Limited

  3. ความร่วมมือด้านการพัฒนาเอสเอ็มอีและบุคลากรในด้านดิจิทัล และการส่งเสริมธุรกิจผ่านอีคอมเมิร์ซ ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ Alibaba Business School

  4. ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านดิจิทัลและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท Zhejiang Fliggy Network Technology Company Limited

Alibaba jack ma thai government sign mou ecc digital hub p04 1024x683

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การลงนาม MOU ทั้ง 4 ฉบับในวันนี้ สืบเนื่องมาจากที่นายแจ็ค หม่า และคณะ เดิินทางเยี่ยมคารวะท่านนายกรัฐมนตรีไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ณ เมือง กว่างโจว สาธารณรัฐประชาขนจีน เมื่อเดือนกันยายน 2559 ระหว่างการประชุมกลุ่มผู้นำ G20 และการที่รองนายกรัฐมนตรีไทย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นำคณะจากไทยเยือนสำนักงานใหญ่ Alibaba จากคำเชิญของแจ็ค หม่า ในการพบปะหารือดังกล่าว ทางประเทศไทยมีความยินดีที่กลุ่ม Alibaba ได้แสดงเจตจำนง ที่จะร่วมมือกับหน่วยงานไทย ในการสนับสนุนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย ( Thailand 4.0) ที่มุ่งเน้นส่งเสริมผู้ประกอบการไทย SME , ผู้ประกอบการใหม่ และ Startup ให้เข้าถึงเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะดิจิทัล และที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ให้ผู้ประกอบการไทยได้ใช้เทคโนโลยีระดับแนวหน้า เข้าถึงตลาดระดับภูมิภาคและเวทีโลกได้เต็มศักยภาพ ซึ่งการลงนาม MOU ทั้ง 4 ฉบับนี้ มีความร่วมมือในหลากหลายมิติ อาทิ การส่งเสริม SMEs ทุกระดับเข้าสู่ E-Commerce, การพัฒนาดาวเด่นหรือ Talents ในด้านดิจิทัล ,การยกระดับโลจิสติกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีของ Alibaba และส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล ซึ่ึงในทุกกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นนั้น เราเปิดกว้างเชิญชวนให้ผู้มีความสนใจ ได้เข้าร่วมในกิจกรรมเหล่านี้อย่างกว้างขวาง ไม่ปิดกั้น และรัฐบาลไทยต้องการให้ความร่วมมือในการนี้ มีบทบาท ในการช่วยกันขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศเศรษฐกิจไทยให้สู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่เกิดประโยชน์หลากหลายภาคส่วนให้ได้

Alibaba jack ma thai government sign mou ecc digital hub p05 1024x576

 

นายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม Alibaba กล่าวว่า “ เราได้เห็นรัฐบาลไทย ผลักดันการใช้ e-commerce ในการช่วยขับเคลื่อนพัฒนาชนบท เราเห็นไทยที่ให้ความสำคัญต่อเกษตรไทย และประชาชนท้องถิ่น ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้ความมั่นใจ และเชื่อมั่นต่ออินเทอร์เน็ตที่จะทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่และเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ทั้งไทย-จีน เอเชีย และทั่วโลก ในครั้งนี้”

“ประเทศไทย เป็นประเทศที่ข้าพเจ้าเดินทางมาบ่อยที่สุด และไทยเป็นเป้าหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วย เราก็เหมือนกับชาวจีนมากมาย ที่ชอบคนไทย ชอบวัฒนธรรมไทย ชอบประวัติศาสตร์ ชอบทั้งทะเลชายฝั่ง อาหารไทย และอื่นๆอีกมากมายที่มาจากไทย ทุกครั้งที่มาไทย สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจคือ Thai Smile หรือรอยยิ้มจากคนไทย จริงๆแล้วโลโก้ของ Alibaba ก็เป็นโลโก้ที่มาเป็นโลโก้รอยยิ้มเช่นกัน ตอนที่ออกแบบโลโก้บริษัท Alibaba เราก็อยากให้พนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น ที่กลับมาถึงบริษัทแล้วก็มีรอยยิ้มแบบ Alibaba เราคิดว่าไม่ว่าจะเป็นยิ้มแบบไหน เบื้องหลังก็คือ การเรียนรู้ การศึกษา และคุณภาพชีวิต ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในด้านบริการ และยากมากที่จะหาประเทศที่ 2 ในทั่วโลกที่แข่งในไทยในเรื่องความพร้อมนี้ เราควรใช้พลังของอินเทอร์เน็ตในการใช้ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ดี ของ SMEs ของเกษตร ที่จะสามารถก้าวไปตีตลาดต่างประเทศได้ เราเชื่อมั่นว่าทั่วโลกในอีกหลายปีข้างหน้า SMEs ทั่วโลกกว่า 80% น่าจะเป็น SMEs จะลุยตีตลาดทั่วโลก ถ้าทำธุรกิจแต่ในประเทศก็จะดำรงอยู่ได้อยาก SMEs จะต้องเตรียมพัฒนาตัวเองก้าวสู่ SMEs ระดับโลก

เมื่อเร็วๆนี้ ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เผยว่า ประเทศจีนจะเปิดประเทศมากขึ้น ในอีก 5 ปีข้างหน้า ประเทศจีนจะนำเข้าสินค้ามากกว่า 8 ล้านล้าน ดอลลาร์จากทั่วโลก ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจและการเปิดประเทศเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และโอกาสของจีนและเป็นโอกาสของทั่วโลก

วิสัยทัศน์ของประเทศไทยอย่าง Thailand 4.0 เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในหลายประเทศยังคงเกรงกลัวและหวาดหวั่นในเรื่องธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ประเทศไทยมุ่งที่จะก้าวไปเชิงรุกด้วยเทคโนโลยี เป็นการสร้างโอกาสของทั้ง 2 ประเทศ เรามองในอนาคตแล้วเรามีความหวังทำให้เอเชีย ไปสู่อนาคตที่ไม่เหมือนใคร โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่จะถึงนี้จะเกิดขึ้นในเอเชีย

เราขอบคุณตลอด 1 ปีที่ผ่านมาทีมงานจากทั้ง 2 ฝ่าย ขอบคุณรัฐบาลไทยในยุคนี้ ทำให้หลายสิ่งที่เป็นไปได้น้อยก็ทำได้สำเร็จ เราไม่ได้มองว่าเราทำธุรกิจร่วมกัน แต่เป็นการสร้างอนาคตร่วมกันด้วยวิสัยทัศน์เดียวกัน ช่วยเหลือ SMEs ช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยเหลือคนรุ่นใหม่ เราเชื่อมั่นต่อประเทศไทย การลงทุนของเราต้องเป็นการลงทุนระยะยาว
ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้านอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ของทั่วโลกรวมถึงรูปแบบใหม่ของเศรษฐกิจเอเชีย

  • จากเมื่อก่อน Made in China , Mede in Thailand , Made in USA แต่เราเชื่อว่าในอนาคตจะเป็น Made in Internet
  • เมื่อก่อนขายผ่านตู้คอนเทนเนอร์ วันหลังจะเป็นแพ็คเกจเล็กๆ
  • เมื่อก่อนเป็น B2C ในอนาคตเป็น C2B
  • เมื่อก่อนเป็นธุรกิจการผลิต สร้างเศรษฐกิจ แต่วันหลังในอนาคตการบริการ จะเป็นการสร้างเศรษฐกิจ

ประเทศไทยมีศักยภาพในด้านให้บริการมาก ดังนั้นประเทศไทยจึงไม่น่าห่วงในเรื่องเทคโนโลยีมาแย่งงาน ความท้าทายยังมีอีกเยอะ โลกาภิวัตน์เป็นสิ่งที่หยุดยั้งและหลีกเลี่ยงได้ แต่จะทำให้ SMEs และบริษัทรายย่อยได้รับผลประโยชน์ โลกาภิวัตน์ในอนาคตนำไปสู่ธุรกิจในรูปแบบของ SMEs ด้วย ขายข้าว ผลไม้ ทุเรียนของไทย แต่เราขายอนาคตด้วย เราต้องพยายามมุ่งสู่อนาคตเพื่อความฝันของเรา นี่ละเป็นเป้าหมายหลักที่เราจะร่วมมือกับไทยในวันนี้ การลงนามเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เราจะพยายามไม่ทำให้ประเทศไทยและประชาชนไทยผิดหวัง เราจะพร้อมที่จะพัฒนาที่ Alibaba มีโอกาสมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ทั้งโครงการ EEC และ Thailand 4.0 เราจะไม่ทำให้ความมุ่งมั่นตรงนี้ผิดหวัง”…. แจ็ค หม่า กล่าว

 

Alibaba jack ma thai government sign mou ecc digital hub p06 1024x683

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ Alibaba ได้ทำการศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบในระดับภูมิภาค และตัดสินใจที่จะลงทุนสร้างดิจิทัลฮับ (Smart Digital Hub) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในนโยบายประเทศไทย 4.0 และอนาคตที่สดใสของเศรษฐกิจไทย โดยดิจิทัลฮับที่จะสร้างขึ้นนี้ นับเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยง SMEs ไทยในทุกระดับ ทุกท้องถิ่น รวมถึงกลุ่ม OTOP และกลุ่มเกษตรทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงตลาดจีนและตลาดโลก ความร่วมมือกับ Alibaba ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ SMEs และเกษตรกรของไทย ซึ่งจะขยายไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอื่นๆ ในขณะเดียวกันยังจะเป็นแรงเสริมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยด้วย”

 

Alibaba jack ma thai government sign mou ecc digital hub p08 1024x683

 

นอกจากการลงนาม MOU ถึง 4 ฉบับแล้ว ยังมีการเปิด Thai Rice Flagship Store บนเว็บไซต์ Tmall.com ซึ่งเป็นเว็บขายสินค้าออนไลน์ระดับพรีเมี่ยมแบรนด์เนมด้วย ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายผลิตผลทางการเกษตร ทั้งข้าว และผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นที่นิยมชาวจีนอย่างมาก

 

Alibaba jack ma thai government sign mou ecc digital hub p07 1024x576

 

แจ็ค หม่า กล่าวว่า “เราได้ทำการเปิดจองทุเรียนล่วงหน้าให้คนจองเข้ามา ปรากฎว่าตอนนี้มีคนสนใจจองแล้ว 6หมื่นกว่าออเดอร์แล้ว พอเราเปิดระบบนี้ปุ๊ป เรารู้ความต้องการ เราจะสามารถวางแผนด้านลอจิสติกส์ได้ดีขึ้น ถ้าจัดการลอจิสติกส์ได้ดีขึ้น ก็จะสามารถช่วยเกษตรได้ขายสินค้าได้เร็วมากขึ้น

 

 

 

 

 

ที่มา  : https://www.it24hrs.com/2018/alibaba-jack-ma-thai-government-sign-mou-ecc-digital-hub/

สื่อประชาสัมพันธ์

บันทึกเทปวิทยุ เดือน มิถุนายน 2561
วันพุธ, 27 มิถุนายน 2561
รายการ วาระปฏิรูป...วาระประเทศไทย เผยแพร่เมื่อ 27... Read More...
บันทึกเทปวิทยุ เดือน พฤษภาคม 2561
วันอังคาร, 08 พฤษภาคม 2561
รายการ วาระปฏิรูป...วาระประเทศไทย เผยแพร่เมื่อ 15... Read More...
บันทึกเทปวิทยุ เดือน เมษายน 2561
วันอังคาร, 24 เมษายน 2561
รายการ วาระปฏิรูป...วาระประเทศไทย เผยแพร่เมื่อ 18... Read More...
Image Microsoft ปล่อยแอพฯ Microsoft Teams เวอร์ชั่นฟรี สำหรับคุยงานเป็นกลุ่ม รองรับภาษาไทย
วันพฤหัสบดี, 19 กรกฎาคม 2561
  Microsoft เตรียมชน Slack แอพฯ Team chat... Read More...
Image CAAT เพิ่มช่องทางขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรน ผ่านทางเว็บไซต์
วันพุธ, 18 กรกฎาคม 2561
  CAAT หรือ สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)... Read More...
ข่าวประจำสัปดาห์ระหว่างวันที่ 9 เมษายน - 11 เมษายน 2561
วันจันทร์, 09 เมษายน 2561
ข่าวประจำวันที่ 11 เมษายน 2561... Read More...
ข่าวประจำสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2 เมษายน - 5 เมษายน 2561
วันจันทร์, 02 เมษายน 2561
ข่าวประจำวันที่ 5 เมษายน 2561 'วิษณุ' แย้มแก้คำสั่งคสช.... Read More...
ข่าวประจำสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 30 มีนาคม 2561
วันจันทร์, 26 มีนาคม 2561
ข่าวประจำวันที่ 30 มีนาคม 2561... Read More...