หน้าหลัก  |  ภาษาไทย  |  English version
                             องค์กรแห่งปัญญา ให้คำปรึกษา สะท้อนปัญหาจากประชาสู่รัฐ
  ประวัติความเป็นมาขององค์กร
  โครงสร้างขององค์กร
  วิสัยทัศน์และภารกิจขององค์กร
  ประธานและรองประธาน
  สมาชิก
  คณะทำงาน
  สารบัญวาระและรายงานการประชุมสภาที่ปรึกษาฯ
  ข้อมูลกฎระเบียบ
 ของสภาที่ปรึกษาฯ
  กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ
 ที่เกี่ยวข้อง
  ความร่วมมือเครือข่าย
 ต่างประเทศ
  เอกสารเผยแพร่
  โครงการศึกษาวิจัย
    [ สภาที่ปรึกษาฯ ] | [ หน่วยงานอื่น ]
  บทความ
  สำนักงานสภาที่ปรึกษาฯ
  กระบวนการสรรหาสมาชิก
สภาที่ปรึกษาฯ ชุดที่ 3
(พ.ศ. 2551)
  กระบวนการสรรหาสมาชิก
สภาที่ปรึกษาฯ ชุดที่ 2
(พ.ศ. 2547-2548)
  ข่าวประกวดราคา/จัดซื้อจัดจ้าง
รับสมัครงาน
  คำแนะนำเว็บไซต์


 

            สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2540 หมวด 5 ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 89  โดย สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีหน้าที่ ให้คำปรึกษาและ ข้อเสนอแนะต่อ คณะรัฐมนตรี ในปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับ เศรษฐกิจ และสังคม ให้ความเห็นเกี่ยวกับ แผนพัฒนา เศรษฐกิจและ แผนอื่นๆ ตามที่กฏหมาย บัญญัติก่อนจะพิจารณา ประกาศใช้ ซึ่งเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน การบริหารจัดการ ประเทศ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐาน ความยุติธรรม และ โปร่งใสเป็นสำคัญ

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
             ในวันที่ 14 มกราคม 2542 รัฐบาล มอบให้คณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 20 ท่าน ที่เป็นตัวแทนบุคคลจากกลุ่มสาขาอาชีพต่างๆ อาทิ กลุ่มภูมิปัญญาชาวบ้าน สถาบันสันติศึกษา อาจารย์ มหาวิทยาลัย สภาทนายความ นักกฎหมายมหาชน กลุ่มผู้หญิง กับ การเมือง รวมทั้งหน่วยงาน ราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการยกร่าง พระราชบัญญัติ สภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับต้นแบบขึ้น เพื่อ เปิดรับฟังความคิด เห็นจากประชาชนทั่วไป และนำมาปรับปรุง ให้เป็นพระราชบัญญัติ สภาที่ปรึกษาฯ ตามความต้องการของประชาชน อย่างแท้จริง

             ในที่สุดร่างพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2543 และมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2543 เป็นต้นไป

              เมื่อเกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้ถูกยกเลิก แม้ว่าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญที่ได้ถูกยกเลิกไปแล้วก็ตาม แต่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีกฎหมายรองรับอีกชั้นหนึ่ง คือพระราชบัญญัติสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2543 ดังนั้น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงยังคงทำหน้าที่ต่อไป

              ซึ่งต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 258 ก็ได้บัญญัติให้มีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในรัฐธรรมนูญอีก ความว่า "มาตรา 258 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติต้องให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้ความเห็นก่อนพิจารณาประกาศใช้

องค์ประกอบ ที่มา อำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

ให้มีสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ”


              การจัดตั้งสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีเจตนารมณ์เพื่อ
- เป็นองค์กรให้คำปรึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคมแก่รัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพและมีการดำเนินงานอย่างอิสระและโปร่งใส
- เป็นองค์กรให้คำปรึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคมแก่รัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพและมีการดำเนินงานอย่างอิสระและโปร่งใส
- เป็นองค์กรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในกระบวนการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
- เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในรื่องเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ประชาชน
- เป็นองค์กรสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในมิติต่างๆ เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก่ไขอย่างเป็นรูปธรรม
- เป็นองค์กรมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมืองและพัฒนาประชาธิปไตยให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต



ตราสัญลักษณ์สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


ความหมายของตราสัญลักษณ์

1.   พลังของประชาชนที่เป็นแกนกลางในการพัฒนาประเทศ โดยมีภาพคนอยู่ในรูปหัวใจชูมือแสดงพลังบน
     พื้นสีทองซึ่งแสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง

2.   กระบวนการพัฒนาประเทศที่เป็นพลวัตนำความเจริญมาสู่ประเทศแทนด้วยภาพธงไตรรงค์ที่พริ้วหมุน
     จากฐานรากไปสู่ยอดแหลมในรูปทรงของสถาปัตยกรรมแบบไทย

3.   ภาพรวมของสัญลักษณ์จะอยู่ในเส้นกรอบทรงดอกบัวที่สื่อถึงความเป็นธรรมที่ค้ำจุนสังคมไทย

ความหมายแห่งสีตราสัญลักษณ์

สีทอง   แสดงถึง ความเจริญ ความรุ่งเรือง ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์

สีน้ำเงิน สีขาวและสีแดง   เป็นสีของธงชาติไทย อันหมายถึง ประเทศไทย

สีเทา   แสดงถึงความมีเสรีภาพ

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Warning : The Image on this site are protected by digital watermark technology. Copyright © 2004 the National Economic and Social Advisory Council (NESAC). All rights reserved. Reproduction in whole or in part in any form or medium without express written permission of NESAC is Prohibited.

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2546   free web stats   ดูสถิติ